ในบางคราว คุณอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฟีเจอร์อันหรูหราและซับซ้อนที่มาพร้อมกับเครื่องมือสร้างเว็บไซต์แบบเสียค่าใช้จ่ายเสมอไป บางทีคุณอาจเพียงต้องการทดลองแนวคิดธุรกิจอีคอมเมิร์ซใหม่ๆ หรือกำลังรังสรรค์เว็บไซต์พอร์ตโฟลิโอที่ช่วยยกระดับประวัติการทำงานของคุณให้โดดเด่นยิ่งขึ้นบนสายตาผู้คัดเลือก
ไม่ว่าเหตุผลในการสร้างเว็บไซต์ของคุณจะเป็นเช่นไร ปัจจุบันมีตัวเลือกของ เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี ที่พร้อมตอบโจทย์อย่างน่าประทับใจ เครื่องมือเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้การสร้างเว็บไซต์เป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และงดงาม โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการออกแบบหรือการเขียนโค้ดแต่อย่างใด ด้วยเทมเพลตที่สามารถปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่น ผสานกับระบบลากและวาง อันแสนลื่นไหล คุณสามารถเนรมิตเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น หลายแพลตฟอร์มยังได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะในการออกแบบเว็บไซต์ ทำให้การสร้างสรรค์ผลงานที่สง่างามและมีมาตรฐานระดับมืออาชีพเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคย
ลำดับถัดไป เราจะพาคุณไปสำรวจและเปรียบเทียบ เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี ที่โดดเด่นที่สุดทั้ง 8 แพลตฟอร์ม พร้อมทั้งถอดรหัสคุณสมบัติหลักและข้อจำกัดที่พึงพิจารณา เพื่อให้คุณสามารถเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดกับเป้าหมายของคุณได้อย่างมั่นใจและมีรสนิยม
8 เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี ที่ดีที่สุด
ต่อไปนี้คือการคัดสรร เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี ระดับแนวหน้า 8 แพลตฟอร์ม ครอบคลุมตั้งแต่ระบบอีคอมเมิร์ซครบวงจร ไปจนถึงเครื่องมือสร้างเว็บไซต์เรียบง่ายสำหรับพอร์ตโฟลิโอที่เปี่ยมด้วยรสนิยม
|
แพลตฟอร์ม |
เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ด้วย AI |
เทมเพลตฟรี |
ระบบชำระเงิน |
แอปเสริม |
เครื่องมือ SEO |
ปรับแต่งขั้นสูง |
คะแนน G2 ⭐️ |
|
Shopify |
✅ |
20+ |
✅ |
8,000+ |
✅ |
4.4 |
|
|
Wix |
✅ |
900+ |
✅ |
800+ |
✅ |
⛔ |
4.2 |
|
Google Sites |
⛔ |
6 |
⛔ |
0 |
✅ |
✅ |
ไม่มี |
|
Weebly |
⛔ |
50+ |
✅ |
355+ |
✅ |
⛔ |
ไม่มี |
|
Canva |
⛔ |
3,400+ (ฟรีและเสียเงิน) |
⛔ |
0 |
✅ |
⛔ |
ไม่มี |
|
Square Online |
⛔ |
5 |
✅ |
400+ |
✅ |
⛔ |
4.2 |
|
WordPress |
✅ |
95+ |
✅ |
59,000+ |
⛔ |
✅ |
4.4 |
|
Webflow |
✅ |
85+ |
⛔ |
300+ |
⛔ |
✅ |
4.4 |
1. Shopify
Shopify แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก คือหนึ่งในตัวเลือก เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพและความสง่างาม มาพร้อมเทมเพลตฟรีที่สามารถปรับแต่งได้มากกว่า 20 แบบ ช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องมือ AI ของ Shopify ยังทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยส่วนตัว เพียงคุณป้อนแนวคิดเกี่ยวกับธุรกิจและภาพฝันของเว็บไซต์ ระบบจะเนรมิตดีไซน์พร้อมเนื้อหาหน้าแรกให้อย่างครบถ้วนภายในไม่กี่นาที
เมื่อเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของคุณพร้อมใช้งาน Shopify ยังมอบเครื่องมือการขายที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นการลงรายการสินค้าได้ไม่จำกัด ระบบชำระเงินที่มีอัตราการแปลงสูงระดับโลก เครื่องมือจัดส่งและจัดการคำสั่งซื้อ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และการสนับสนุนลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าถึงแอปมากกว่า 8,000 รายการใน Shopify App Store เพื่อขยายขีดความสามารถของเว็บไซต์ โดยที่ฟีเจอร์สำคัญส่วนใหญ่ถูกติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วในระบบเดียว ช่วยให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นเอกภาพ
เหมาะสำหรับใคร
เหมาะสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซทุกขนาด ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายเดียว ไปจนถึงสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโต
แพ็กเกจและราคา
Shopify เปิดให้ทดลองใช้งานฟรี 3 วัน และคิดค่าบริการเพียง ฿30 ต่อเดือนในช่วง 3 เดือนแรก หลังจากนั้น แพ็กเกจเริ่มต้นอยู่ที่ ฿1,000 ต่อเดือนสำหรับผู้ใช้งานรายบุคคล และ ฿2,500 สำหรับทีมขนาดเล็ก โดยมีระดับราคาที่สูงขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ
ฟีเจอร์
- เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ด้วย AI: ใช้เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ด้วย AI ของ Shopify สร้างหน้าร้านออนไลน์แบบเฉพาะตัวได้ในไม่กี่วินาที พร้อมเครื่องมือ AI อื่นๆ สำหรับสร้างหน้าแลนดิ้งเพจ รายการสินค้า และคำแนะนำเชิงลึก
- เทมเพลตฟรีกว่า 20 แบบ: ออกแบบโดยมืออาชีพ พร้อมตัวเลือกแบบเสียเงินกว่า 230 แบบ เริ่มต้นที่ ฿3000
- ระบบชำระเงินในตัว: Shopify Payments รองรับการชำระเงินหลักทั้งหมด และเชื่อมต่อผู้ให้บริการภายนอกได้กว่า 100 ราย
- App Store ขนาดใหญ่: เข้าถึง Shopify App Store ที่มีฟังก์ชันด้วยแอปมากกว่า 8,000 รายการ
- SEO พร้อมใช้งาน: เครื่องมือ SEO ของ Shopify ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณถูกค้นพบได้ง่ายบนเสิร์ชเอนจิน
- Shopify POS: Shopify POS จะช่วยตุณเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
- ระบบจัดส่งครบวงจร: จัดการคำสั่งซื้อ สต็อกสินค้า การจัดส่ง และการคืนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การวิเคราะห์ขั้นสูง: ติดตามพฤติกรรมลูกค้าและข้อมูลสำคัญทางธุรกิจ
- การปรับแต่งและ API: รองรับการพัฒนาเพิ่มเติมตามความต้องการเฉพาะ
- ความสามารถด้านการค้าหลายช่องทางแบบครบวงจร: บริหารช่องทางการขายหลายแพลตฟอร์มได้อย่างกลมกลืน
- บริการลูกค้า 24/7: พร้อมช่วยเหลือตลอดเวลา ผ่านอีเมล แชต และโทรศัพท์
- คะแนน G2 ⭐️: 4.4
2. Wix
Wix คืออีกหนึ่งตัวเลือกของเว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี ที่ได้รับความนิยมในหมู่มืออาชีพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสร้างพอร์ตโฟลิโอออนไลน์อย่างมีสไตล์ หรือธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการเว็บไซต์เรียบง่ายแต่ดูดีมีระดับ
แพลตฟอร์มนี้มาพร้อมเทมเพลตฟรีมากกว่า 900 แบบ ซึ่งถือว่าหลากหลายอย่างน่าประทับใจ พร้อมเปิดให้เข้าถึง App Store ของ Wix เครื่องมือ SEO และระบบการตลาดผ่านอีเมล รวมถึง CMS ที่ช่วยจัดการเนื้อหาได้อย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม แผนฟรีของ Wix ยังคงมีข้อจำกัดบางประการ คุณจะไม่สามารถรับชำระเงินผ่านเว็บไซต์ได้ และไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลได้เช่นกัน อีกทั้งเว็บไซต์ของคุณจะปรากฏแบรนด์และโฆษณาของ Wix รวมถึงใช้โดเมนในรูปแบบของ Wix (เช่น siteprefix.wixsite.com/siteaddress) ซึ่งอาจลดทอนความเป็นมืออาชีพบางส่วน
เหมาะสำหรับใคร
เหมาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการเว็บไซต์ส่วนตัวแบบเรียบง่าย และธุรกิจที่กำลังเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซพื้นฐาน
แพ็กเกจและราคา
Wix มีแผนเว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี แต่จะมาพร้อมข้อจำกัด เช่น โดเมนแบบ wixsite.com การแสดงแบรนด์และโฆษณา และไม่รองรับอีคอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ แผนแบบชำระเงินมีราคาอยู่ระหว่าง ฿450 ถึง ฿3,500 ต่อเดือน
ฟีเจอร์
- เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ด้วย AI
- เทมเพลตฟรีมากกว่า 900 แบบ
- รองรับการเชื่อมต่อระบบชำระเงิน (แพ็กเกจเสียเงิน)
- แอปเสริมมากกว่า 800 รายการ
- เครื่องมือ SEO ครบครัน
3. Google Sites
Google Sites คือโปรแกรมสร้างเว็บไซต์ฟรี ที่เรียบง่ายและเปี่ยมด้วยความสะดวก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานภายในองค์กร โดยสามารถเชื่อมต่อกับ Google Drive ได้อย่างไร้รอยต่อ และเป็นส่วนหนึ่งของชุด Google Workspace ซึ่งรวมบริการสำคัญอย่าง Gmail และ Google Forms ไว้อย่างครบครัน
แม้บุคคลทั่วไปและผู้ประกอบการขนาดเล็กจะสามารถใช้ Google Sites เพื่อสร้างเว็บไซต์พื้นฐานได้ แต่แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการสร้างรายได้โดยตรง คุณไม่สามารถขายสินค้า รับจองนัดหมาย หรือเพิ่มฟังก์ชันอีคอมเมิร์ซผ่านปลั๊กอินได้ เนื่องจากไม่มีคลังแอปให้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม คุณยังสามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือจากภายนอกผ่านการฝัง ได้ในระดับหนึ่ง
อีกหนึ่งข้อจำกัดคือ Google Sites มีเทมเพลตฟรีเพียง 6 แบบเท่านั้น แม้จะสามารถแก้ไขโค้ดเพื่อปรับแต่งเพิ่มเติมได้ แต่ก็อาจไม่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นด้านดีไซน์มากนัก
เหมาะสำหรับใคร
เหมาะสำหรับทีมงาน องค์กร หรือครูผู้สอน ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ภายในเพื่อแบ่งปันข้อมูลแบบส่วนตัว
แพ็กเกจและราคา
Google Sites เป็นตัวสร้างเว็บไซต์ฟรี ที่ให้บริการโฮสติ้งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกเว็บไซต์จะมาพร้อมโดเมนที่มีแบรนด์ Google แต่คุณสามารถเชื่อมต่อโดเมนของตนเอง หรือซื้อโดเมนใหม่ผ่านพาร์ตเนอร์ของ Google ได้ (ราคาประมาณ ฿350 ต่อปี)
สำหรับภาคธุรกิจ Google Sites จะรวมอยู่ในแพ็กเกจ Google Workspace
ฟีเจอร์
- เทมเพลตฟรี 6 แบบ
- เครื่องมือ SEO พื้นฐาน
- Google Sites ไม่มีคะแนน G2
4. Weebly
Weebly คืออีกหนึ่งตัวเลือกเว็บทำเว็บไซต์ฟรี ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานอเนกประสงค์ ครอบคลุมตั้งแต่ร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจบริการ พอร์ตโฟลิโอ เว็บไซต์ส่วนตัว บล็อก ไปจนถึงเว็บไซต์สำหรับงานอีเวนต์ โดยมีเทมเพลตให้เลือกมากกว่า 50 แบบ ซึ่งเพียงพอต่อการรังสรรค์เว็บไซต์ที่ดูดีและใช้งานได้จริง
แม้จะเป็นเวอร์ชันฟรี แต่ Weebly ก็ยังมอบฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซพื้นฐาน เช่น เครื่องมือจัดการสต็อกสินค้า และระบบชำระเงินในตัว อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ของคุณจะถูกผูกกับโดเมนที่มีแบรนด์ Weebly และมีโฆษณาแสดงอยู่ หากต้องการลบองค์ประกอบเหล่านี้ จำเป็นต้องอัปเกรดเป็นแผนแบบชำระเงิน
ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ Weebly ถูกเข้าซื้อโดย Square ตั้งแต่ปี 2018 และกำลังถูกรวมเข้ากับแพลตฟอร์ม Square Online อย่างค่อยเป็นค่อยไป ปัจจุบัน แม้ยังสามารถสร้างเว็บไซต์ผ่าน Weebly ได้ แต่คุณจำเป็นต้องมีบัญชี Square และทางบริษัทเองก็สนับสนุนให้ผู้ใช้งานย้ายไปใช้ Square Online ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยกว่า
เหมาะสำหรับใคร
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซหรือบริการในระดับพื้นฐาน รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการสร้างเว็บไซต์พอร์ตโฟลิโอหรือเว็บไซต์สำหรับกิจกรรมต่างๆ
แพ็กเกจและราคา
Weebly มีแผนที่รวมโฮสติ้งมาให้เรียบร้อย แต่จะมาพร้อมโดเมนและโฆษณาของแพลตฟอร์ม
แผนแบบชำระเงินมีราคาอยู่ระหว่าง ฿10 ถึง ฿26 ต่อเดือน และต้องเลือกแผนตั้งแต่ ฿12 ต่อเดือนขึ้นไปจึงจะสามารถลบโฆษณาออกจากเว็บไซต์ได้
ฟีเจอร์
- เทมเพลตมากกว่า 50 แบบ
- รองรับระบบชำระเงินผ่าน Square, Stripe และ PayPal
- แอปเสริมมากกว่า 300 รายการ
- เครื่องมือ SEO พื้นฐาน
- ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง
- Weebly ไม่มีคะแนน G2
5. Canva
Canva เป็นที่รู้จักในฐานะแพลตฟอร์มออกแบบสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านดีไซน์ แต่ในอีกมิติหนึ่ง Canva ยังนำเสนอ เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรีที่เหมาะสำหรับการสร้างเว็บไซต์แบบเรียบง่าย เช่น พอร์ตโฟลิโอ หรือเว็บไซต์สำหรับงานอีเวนต์
จุดเด่นของ Canva อยู่ที่อินเทอร์เฟซการออกแบบที่คุ้นเคยและใช้งานง่าย โดยระบบสร้างเว็บไซต์จะถูกรวมอยู่ในเครื่องมือออกแบบหลัก เพียงเลือกเทมเพลตเว็บไซต์ คุณก็สามารถเริ่มต้นจัดวางองค์ประกอบได้ทันที อย่างไรก็ตาม เทมเพลตบางส่วนจะเปิดให้ใช้งานเฉพาะผู้ที่สมัครแพ็กเกจแบบเสียเงินเท่านั้น
ผู้ใช้งานสามารถเผยแพร่เว็บไซต์ได้ฟรีภายใต้โดเมนที่มีแบรนด์ Canva แต่หากต้องการโดเมนเฉพาะตัว จำเป็นต้องซื้อเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ Canva ยังมีข้อจำกัดด้าน SEO ซึ่งอาจส่งผลต่อการเข้าถึงผู้ชมผ่านการค้นหาแบบออร์แกนิก อีกทั้งยังไม่สามารถปรับแต่ง HTML ได้ ทำให้ขอบเขตของการปรับแต่งมีความจำกัด
ที่สำคัญ Canva ไม่รองรับการเชื่อมต่อระบบชำระเงิน ส่งผลให้ไม่สามารถใช้เว็บไซต์เพื่อรับเงินหรือทำธุรกรรมได้
เหมาะสำหรับใคร
เหมาะสำหรับมืออาชีพที่ต้องการสร้างพอร์ตโฟลิโอ หรือเว็บไซต์เรียบง่าย เช่น เว็บไซต์สำหรับงานกิจกรรม
แพ็กเกจและราคา
Canva เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรีที่สามารถเผยแพร่เว็บไซต์ด้วยโดเมนของ Canva ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือเลือกซื้อโดเมนเองในราคาประมาณ ฿550 ถึง ฿800 ต่อปี
โฮสติ้งรวมอยู่ในบริการแล้ว และหากต้องการเข้าถึงเทมเพลตเพิ่มเติม จำเป็นต้องอัปเกรดเป็น Canva Pro (ประมาณ ฿120 ต่อปี) แม้กระนั้น ก็ยังไม่สามารถใช้เว็บไซต์เพื่อรับชำระเงินได้
ฟีเจอร์
- เทมเพลตมากกว่า 3,400 แบบ (ทั้งฟรีและแบบเสียเงิน)
- อินเทอร์เฟซออกแบบที่ใช้งานง่ายและสวยงาม
- Canva ไม่มีคะแนน G2
6. Square Online
Square Online คือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจาก Square ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ Point-of-Sale (POS) ที่นำเสนอทางเลือกทำเว็บไซต์ฟรี สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
จุดเด่นสำคัญของแพลตฟอร์มนี้คือความสามารถในการเชื่อมร้านค้าออนไลน์เข้ากับระบบ POS ของ Square ได้โดยตรง ทำให้คุณสามารถขายสินค้าได้ทั้งหน้าร้านจริงและบนเว็บไซต์ พร้อมซิงก์สต็อกสินค้าแบบเรียลไทม์อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม แผนฟรียังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ไม่สามารถใช้โดเมนส่วนตัวได้ โดยต้องใช้โดเมนที่มีชื่อ Square (เช่น yourbusiness.square.site) อีกทั้งยังมีตัวเลือกเลย์เอาต์พื้นฐานเพียง 5 แบบ และไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสถิติหรือการวิเคราะห์เชิงลึกของอีคอมเมิร์ซได้
เหมาะสำหรับใคร
เหมาะสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ต้องการเว็บไซต์เรียบง่าย ใช้งานสะดวก และเชื่อมต่อกับหน้าร้านจริง
แพ็กเกจและราคา
Square Online มีแผน เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี ที่มาพร้อมโดเมนแบบมีแบรนด์ แพ็กเกจแบบชำระเงินเริ่มต้นที่ ฿900 ต่อเดือน และ ฿2,500 ต่อเดือน โดยทุกแผนรวมบริการโฮสติ้งไว้แล้ว
ฟีเจอร์
- เทมเพลตฟรี 5 แบบ
- ระบบชำระเงินในตัวผ่าน Square
- แอปเสริมมากกว่า 400 รายการ
- เครื่องมือ SEO
- ระบบ Square POS
- เครื่องมือจัดการการจัดส่งและคำสั่งซื้อ
- รองรับความสามารถด้านการค้าหลายช่องทางแบบครบวงจร
- คะแนน G2 ⭐️: 4.2
7. WordPress
WordPress ถือกำเนิดขึ้นในปี 2003 ในฐานะซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สสำหรับการเผยแพร่บล็อกและเว็บไซต์เนื้อหา และได้พัฒนาเป็นหนึ่งในระบบเว็บสร้างเว็บไซต์ฟรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยแบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลัก ได้แก่ WordPress.org และ WordPress.com
WordPress.org เปิดให้ใช้งานฟรี แต่ผู้ใช้จำเป็นต้องจัดหาโฮสติ้งด้วยตนเอง ซึ่งมักมีค่าใช้จ่ายรายปี ขณะที่ WordPress.com มีบริการโฮสติ้งรวมมาให้ และมีแพ็กเกจราคาย่อมเยาสำหรับเว็บไซต์ส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว ทั้งสองตัวเลือกไม่ได้ “ฟรีอย่างสมบูรณ์” ในเชิงปฏิบัติ
หากคุณมีพื้นฐานด้านเทคนิค WordPress.org จะมอบอิสระในการควบคุมเว็บไซต์อย่างเต็มรูปแบบ แต่หากต้องการความสะดวก WordPress.com คือทางเลือกที่เป็นมิตรยิ่งกว่า อีกทั้งยังมีเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ด้วย AI ที่ช่วยสร้างเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับการเพิ่มฟังก์ชันอีคอมเมิร์ซ คุณสามารถติดตั้งปลั๊กอิน WooCommerce ซึ่งใช้งานได้ฟรี แต่มีฟีเจอร์เสริมแบบชำระเงินสำหรับการตลาดและการเชื่อมต่อขั้นสูง
เหมาะสำหรับใคร
เหมาะสำหรับบล็อกเกอร์และผู้สร้างคอนเทนต์ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง
แพ็กเกจและราคา
WordPress.org ใช้งานฟรี แต่ต้องซื้อโฮสติ้งเอง (ประมาณ ฿300–฿600 ต่อเดือน) WordPress.com มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ ฿120 ถึง ฿650 ต่อเดือน พร้อมโฮสติ้งในตัว
ฟีเจอร์
- เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ด้วย AI (WordPress.com)
- เทมเพลตฟรีมากกว่า 95 แบบ (WordPress.com) และธีมมากกว่า 13,000 แบบ (WordPress.org)
- รองรับระบบชำระเงินผ่าน WooCommerce
- ปลั๊กอินมากกว่า 59,000 รายการ
- การปรับแต่งขั้นสูงและ API
- รองรับความสามารถด้านการค้าหลายช่องทางแบบครบวงจร
- บริการลูกค้า 24/7 (WordPress.com)
- คะแนน G2 ⭐️: 4.4
8. Webflow
Webflow คือแพลตฟอร์มทำเว็บฟรีที่โดดเด่นด้านอิสระในการออกแบบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมรายละเอียดเชิงดีไซน์อย่างลึกซึ้ง โดยมีตัวเลือกฟอนต์มากกว่า 2,000 แบบ และเครื่องมือออกแบบที่ยืดหยุ่นระดับมืออาชีพ
สำหรับผู้เริ่มต้น Webflow ก็มีเทมเพลตฟรีมากกว่า 85 แบบ พร้อมวิดีโอสอนใช้งานที่ช่วยให้คุณสามารถสร้างเว็บไซต์ได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ด้วย AI ที่ช่วยแนะนำเทมเพลตตามลักษณะธุรกิจของคุณ ก่อนให้คุณปรับแต่งเลย์เอาต์ตามต้องการ
Webflow มีแผนฟรีสำหรับทดลองใช้งานแพลตฟอร์มโดยไม่จำกัดเวลา แต่จะไม่สามารถเผยแพร่เว็บไซต์ได้ อีกทั้งยังจำกัดจำนวนหน้าไว้เพียง 2 หน้า และไม่รองรับฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซในแผนนี้
เหมาะสำหรับใคร
เหมาะสำหรับนักออกแบบเว็บไซต์ที่ต้องการอิสระและความละเอียดในงานดีไซน์
แพ็กเกจและราคา
Webflow มีแผนทดลองใช้งาน แพ็กเกจไปมีค่าใช้จ่าย ฿620 ถึง ฿990 ต่อเดือน แพ็กเกจอีคอมเมิร์ซมีราคา ฿620 ถึง ฿6,000 ต่อเดือน โดยรวมโฮสติ้งไว้แล้ว
ฟีเจอร์
- เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ด้วย AI
- เทมเพลตฟรีมากกว่า 85 แบบ
- รองรับระบบชำระเงิน (ในแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง)
- แอปเสริมมากกว่า 300 รายการ
- การปรับแต่งขั้นสูงและ API
- คะแนน G2 ⭐️: 4.4
ข้อจำกัดของเว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี
- โดเมนแบบมีแบรนด์
- ข้อจำกัดด้านอีคอมเมิร์ซ
- เครื่องมือ SEO ที่จำกัด
- ข้อจำกัดด้านการปรับแต่ง
- การขาดเครื่องมือ AI
- ข้อจำกัดด้านการขยายตัว
- คลังแอปที่จำกัด
แม้ว่าเว็บสร้างเว็บไซต์ฟรีจะมอบความสะดวกและความคุ้มค่าอย่างน่าประทับใจ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มแบบชำระเงินแล้ว ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกใช้งาน
โดเมนแบบมีแบรนด์
โดยทั่วไปแล้วเว็บที่ใช้ทำเว็บไซต์ฟรีมักมาพร้อมกับโดเมนย่อยที่มีชื่อแบรนด์ของแพลตฟอร์มติดอยู่ เช่น “sites.google.com/domain.com/siteURL” (ในกรณีของ Google Sites)
ในบางบริบท สิ่งนี้อาจไม่ใช่ปัญหา เช่น การสร้างพอร์ตโฟลิโอเพื่อแนบในเรซูเม่ หรือเว็บไซต์สำหรับการเรียนการสอนที่เน้นการเข้าถึงข้อมูลมากกว่าภาพลักษณ์ แต่หากคุณกำลังสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ หรือแม้แต่เว็บไซต์ส่วนตัวที่ต้องการความน่าเชื่อถือ โดเมนลักษณะนี้อาจลดทอนความเป็นมืออาชีพลงอย่างมีนัยสำคัญ
หากคุณต้องการสร้างตัวตนที่ชัดเจนและน่าจดจำ การมีโดเมนเฉพาะของตนเองย่อมเป็นทางเลือกที่สง่างามและยั่งยืนกว่า
ข้อจำกัดด้านอีคอมเมิร์ซ
แม้ว่าโปรแกรมทำเว็บไซต์ฟรีบางแพลตฟอร์มจะเปิดโอกาสให้คุณเริ่มต้นขายสินค้าได้ทันที แต่อีกหลายแห่งกลับจำกัดความสามารถนี้ หรือกำหนดให้ต้องอัปเกรดเป็นแผนแบบชำระเงินก่อน
หากคุณมีแผนจะใช้เว็บไซต์เพื่อสร้างรายได้ ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญต่อไปนี้อย่างถี่ถ้วน:
การเชื่อมต่อระบบชำระเงิน คุณจำเป็นต้องมีระบบรับชำระเงิน เช่น Shopify Payments, Stripe หรือ Square เพื่อรองรับธุรกรรมออนไลน์ แพลตฟอร์มบางแห่งมีฟีเจอร์นี้มาให้ทันที ขณะที่บางแห่งต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อปลดล็อกความสามารถดังกล่าว
ระบบจัดการสินค้าและการจัดส่ง เครื่องมือบริหารสต็อกช่วยให้คุณติดตามจำนวนสินค้าได้อย่างแม่นยำ ขณะที่ฟีเจอร์อย่างการคำนวณค่าจัดส่งอัตโนมัติ หรือการพิมพ์ฉลากจัดส่ง จะช่วยให้กระบวนการจัดส่งสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
เครื่องมือ SEO ที่จำกัด
หากเว็บไซต์ของคุณถูกสร้างขึ้นเพื่อการเข้าถึงผ่านลิงก์โดยตรง เช่น พอร์ตโฟลิโอหรือเว็บไซต์ภายในองค์กร คุณอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ SEO ขั้นสูงมากนัก แต่สำหรับเว็บไซต์ที่เปิดสู่สาธารณะ โดยเฉพาะร้านค้าออนไลน์ การถูกค้นพบบนเสิร์ชเอนจินคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ และนี่คือจุดที่บางแพลตฟอร์มอาจยังไม่ตอบโจทย์อย่างเต็มที่ เครื่องมือ SEO ที่มีข้อจำกัดอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่สามารถไต่อันดับบนผลการค้นหาได้ดีเท่าที่ควร ส่งผลโดยตรงต่อการเข้าถึงลูกค้าใหม่และโอกาสทางธุรกิจ
ข้อจำกัดด้านการปรับแต่ง
เว็บไซต์ที่มีเอกลักษณ์และความประณีตสามารถสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างทรงพลัง ดังนั้นในการเลือกใช้ เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี คุณควรมองหาแพลตฟอร์มที่มีตัวเลือกธีมหลากหลาย เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณโดดเด่นและแตกต่างจากผู้อื่นอย่างมีระดับ
นอกจากนี้ ความสามารถในการปรับแต่งผ่าน API หรือโค้ด HTML ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ ที่จะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบหรือประสบการณ์ผู้ใช้งาน
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจรอย่าง Shopify มักมาพร้อมฟีเจอร์ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น และยังสามารถเสริมประสิทธิภาพเพิ่มเติมผ่านแอปต่างๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
การขาดเครื่องมือ AI
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทอย่างลึกซึ้ง เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรีที่มีเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ด้วย AI จะช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพได้ภายในเวลาอันสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบ
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจาก AI คุณควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น:
- ธุรกิจของคุณคืออะไร และให้บริการใคร
- บุคลิกของเว็บไซต์ที่ต้องการ (เช่น สดใส หรูหรา หรือมินิมอล)
- ฟีเจอร์ที่จำเป็น (เช่น หน้า About Us หรือระบบชำระเงิน)
- อัตลักษณ์ของแบรนด์ (เช่น โทนสีและรูปแบบตัวอักษร)
เพียงเท่านี้ AI ก็สามารถรังสรรค์เว็บไซต์ที่สะท้อนตัวตนของคุณได้อย่างน่าประทับใจ
ข้อจำกัดด้านการขยายตัว
แม้ในวันนี้คุณอาจต้องการเพียงเว็บไซต์เรียบง่าย แต่ในอนาคต โดยเฉพาะหากคุณดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ความต้องการย่อมเติบโตตามไปด้วย การเลือกเว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี จึงควรมองไกลไปถึงศักยภาพในการรองรับการขยายตัว
ควรพิจารณาแผนแบบชำระเงินของแพลตฟอร์มนั้นๆ ว่าสามารถรองรับฟีเจอร์ในอนาคตได้หรือไม่ และมีราคาที่เหมาะสมกับการเติบโตของธุรกิจหรือเปล่า เพราะการย้ายแพลตฟอร์มในภายหลังอาจเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและสิ้นเปลืองทรัพยากร
ตัวอย่างเช่น Shopify มีแผนเริ่มต้นราคาประหยัด และสามารถอัปเกรดสู่แพลตฟอร์มที่ครบครัน ซึ่งรวมถึงเครื่องมือจัดส่ง การตลาด และการวิเคราะห์ข้อมูล ในขณะที่แพลตฟอร์มที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่ออีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ เช่น WordPress อาจต้องพึ่งพาปลั๊กอินจำนวนมาก ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นในระยะยาว
ฟีเจอร์สำคัญสำหรับการเติบโต
- การเชื่อมต่อ POS ระบบ ช่วยให้รับชำระเงินแบบตัวต่อตัวและซิงค์สินค้าคงคลังระหว่างร้านค้าออนไลน์และร้านค้าจริง แม้ว่าจะไม่มีแผนเปิดร้านค้าปลีก การมีการเชื่อมต่อ POS ก็ช่วยให้จัดป๊อปอัพและขายในอีเวนต์ได้ง่าย
- การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ขั้นสูงให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทุกอย่าง ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป ไปจนถึงแคมเปญการตลาดใดที่ดึงผู้ใช้หรือลูกค้ามายังเว็บไซต์มากที่สุด ข้อมูลประเภทนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งในการตัดสินใจอย่างมีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีปรับปรุงธุรกิจ
- ความสามารถด้านการค้าแบบครบวงจร มอบประสบการณ์แบรนด์ที่ราบรื่นในทุกจุดสัมผัสลูกค้า ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าเพิ่มสินค้าลงในตะกร้าบนเว็บไซต์ อาจส่งอีเมลเน้นสินค้านั้นให้
- ความสามารถด้านการค้าหลายช่องทาง ช่วยให้ขายได้ในหลายแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แค่เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ตัวอย่างเช่น อาจขายสินค้าบนมาร์เก็ตเพลสเช่น Amazon และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียบน Instagram ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าที่มีศักยภาพได้มากขึ้น และพบลูกค้าในที่ที่พวกเขาอยู่ ทำให้การซื้อสะดวกยิ่งขึ้น
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopify ยังมอบสิทธิประโยชน์ทางการเงิน เช่น ค่าธรรมเนียมการชำระเงินที่ต่ำลง และส่วนลดค่าจัดส่ง ซึ่งยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อปริมาณการขายเพิ่มขึ้น
คลังแอปที่จำกัด
เมื่อธุรกิจของคุณเติบโต คุณอาจต้องการฟีเจอร์เสริมเฉพาะทาง เช่น ระบบจองคิว หรือรีวิวภาพถ่ายจากลูกค้า ซึ่งเว็บสร้างเว็บไซต์ฟรีที่มีคลังแอปขนาดใหญ่จะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มความสามารถเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
แพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Shopify ยังมีแอปที่ออกแบบมาเฉพาะซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้การจัดการหลังบ้านเป็นไปอย่างเรียบง่าย และมอบประสบการณ์ที่ราบรื่นแก่ผู้ใช้งาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี
เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี ไหนดีที่สุด?
Shopify ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุด ด้วยเทมเพลตที่ปรับแต่งได้มากกว่า 250 แบบ และ AI website builder ที่ช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการออกแบบ อีกทั้งยังสามารถใช้โดเมนของตนเองได้แม้ในแผนราคาประหยัด
Google Sites ฟรี 100% หรือไม่?
ใช่ Google Sites เป็น เว็บสร้างเว็บไซต์ฟรี แบบสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่ต้องการใช้โดเมนที่มีชื่อ Google คุณจำเป็นต้องซื้อโดเมนเพิ่มเติม (ประมาณ ฿350 ต่อปี)
สามารถมีเว็บไซต์ฟรีได้จริงหรือไม่?
สามารถทำได้ แต่จะมาพร้อมข้อจำกัด เช่น โดเมนแบบมีแบรนด์ หากต้องการโดเมนเฉพาะตัว คุณอาจต้องซื้อโดเมนเอง หรือเลือกใช้แพลตฟอร์มแบบชำระเงิน เช่น Shopify หรือ Square Online เพื่อยกระดับความเป็นมืออาชีพของเว็บไซต์


